วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

                    ขนมจีนน้ำเงี้ยว





ส่วนผสมขนมจีนน้ำเงี้ยว

ส่วนผสมพริกแกง

  1. พริกแห้ง 40 กรัม
  2. กระเทียม 30 กรัม
  3. กะปิ 2 ช้อนชา
  4. เต้าเจี้ยวดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. หัวหอม 50 กรัม
  6. ขมิ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมเครื่องปรุง

  1. น้ำซุปต้มกระดูก 10 ถ้วยตวง
  2. มะเขือเทศหั่น 700 กรัม
  3. น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง
  4. เนื้อหมูสับละเอียด 1 กิโลกรัม
  5. เลือดหมู 3 ก้อน
  6. กระเทียมเจียว 1/4 ถ้วยตวง

ผักเคียง

  1. ผักกาดดอง 500 กรัม
  2. พริกป่น 1/4 ถ้วยตวง
  3. ต้นหอม – ผักชีซอย 1/4 ถ้วยตวง
  4. ถั่วงอก 500 กรัม
  5. ขนมจีน 2 กิโลกรัม

วิธีทำขนมจีนน้ำเงี้ยว

  1. โขลกเครื่องน้ำพริกตามส่วนผสมให้ละเอียดพักไว้
  2. ล้างมะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก เลือดหมูหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม
  3. นำน้ำมัน 1/4 ถ้วย ใส่กระทะไฟให้ร้อน ผัดน้ำพริกให้หอม ใส่เนื้อหมูลงผัดเติมน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำซุปที่เตรียมไว้ตั้งไฟให้เดือด ใส่มะเขือเทศ เลือดหมู พอเดือดชิมรส โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว
  4. จัดขนมจีนใส่จานราดด้วยน้ำเงี้ยว โรยต้นหอม ผักชี ถั่วงอก ผักกาดดอง พริกป่น รับประทานร้อนๆ



แกงอ่อมไก่

ส่วนผสม แกงอ่อมไก่

  1. เนื้อไก่บ้าน 400 กรัม
  2. ข่าอ่อนซอย 7 แว่น
  3. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  4. มะกรูดใบ 5 ใบ
  5. ผักชีราก 3 ราก
  6. เล็บครุฑใบอ่อน 1 ถ้วย
  7. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ผักชี 1/2 ช้อนโต๊ะ
  9. ต้นหอม 1/2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย

เครื่องแกง แกงอ่อมไก่

  1. พริกแห้ง 7 เม็ด
  2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
  3. หอมแดง 3 หัว
  4. กระเทียม 20 กลีบ
  5. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือ 1 ช้อนชา
  8. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ แกงอ่อมไก่

  1. หั่นไก่ ขนาดชิ้นพอคำ
  2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
  3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
  4. ใส่ไก่ลงผัดกับเครื่องแกง พอให้เนื้อไก่หดตัว ประมาณ 2 นาที
  5. ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ใส่น้ำซุป ใช้ไฟปานกลาง และเคี่ยวต่อ จนไก่สุกนิ่ม
  6. ใส่ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง และใบเล็บครุฑ คนให้เข้ากัน ตักใส่ชาม โรยด้วยผักชีต้นหอม


          แกงโฮะ


แกงโฮะ

ส่วนผสม แกงโฮะ

  1. วุ้นเส้น 100 กรัม
  2. หน่อไม้ดอง 50 กรัม
  3. ถั่วฝักยาว 20 กรัม
  4. มะเขือพวง 20 กรัม
  5. มะเขือเปราะ 20 กรัม
  6. ตำลึง 10 กรัม
  7. พริกขี้หนู 5 เม็ด
  8. ตะไคร้หั่น 1 ต้น
  9. ใบมะกรูด 5 ใบ
  10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  13. กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
  14. แกงฮังเล 150 กรัม
  15. ผงฮังเล 1/2 ช้อนชา

เครื่องแกง แกงโฮะ

  1. พริกแห้ง 7 เม็ด
  2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
  3. หอมแดง 3 หัว
  4. กระเทียม 20 กลีบ
  5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือ 1 ช้อนชา
  8. กะปิหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ แกงโฮะ

  1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด แช่วุ้นเส้นให้พอนุ่ม ตัดเป็นท่อน
  2. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่ไก่ลงผัดให้เข้ากัน ใส่ผักสุกยาก ตามด้วยหน่อไม้ แล้วผัดให้เข้ากัน
  3. เติมน้ำเล็กน้อย ใส่วุ้นเส้น ผัดให้เข้ากัน
  4. ใส่ผงฮังเล ตามด้วยแกงฮังเล ผัดให้เข้ากัน
  5. ใส่กะทิ แล้วตามด้วยผักสุกง่าย ผัดต่อจนสุก ยกลง

สูตรแกงฮังเล
สูตรแกงฮังเล แสนอร่อย

กิมเล้งพาเข้าครัว – ทำ แกงฮังเล

แกงฮังเล    เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวล้านนา  บางแห่งเรียกว่า แกงฮินเล  หรือ แกงฮันเล
มี ๒ ชนิด คือ แกงฮังเลม่าน และ แกงฮังเลเชียงแสน   เชื่อกันว่าแกงฮังเลเป็นอาหารที่ชาวล้านนา
ได้รับอิทธิพลมาจากพม่าในครั้งอดีต  เนื่องจากอาณาจักรล้านนาซึ่งมีเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี
มีภาษา  มีหนังสือ มีวัฒนธรรม และประเพณีเป็นของตนเอง  เคยถูกปกครองในฐานะรัฐบรรณาการ
ของราชอาณาจักรตองอู  ราชอาณาจักรอยุธยา  และราชอาณาจักรอังวะ  มาก่อนนั่นเอง
เกริ่นนำมาก็เยอะ กิมเล้ง  จึงขอเริ่มนำเสนอวิธีการปรุงแกงฮังเล ตามแบบฉบับของคนกึ่งภาคเหนือ
หากกระบวนการหรือกรรมวิธีไม่ถูกต้องประการใด ขอความกรุณาช่วยแนะนำด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ

เครื่องปรุง
  • ขาหมู (ขาหน้า)   1  กิโลกรัม   (โดยทั่วไป นิยมใช้สันนอก และหมูสามชั้น  หั่น 2 x 2 นิ้ว  ในปริมาณเท่า ๆ กัน)
  • กระเทียมปอกเปลือก  1/2 ถ้วยตวง  ใช้กระเทียมจีน เพราะเมื่อนำไปอุ่นซ้ำจะไม่เละเหมือนกระเทียมไทย
  • ขิงสดหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
  • แกนสับปะรด  1/2 ถ้วยตวง (ใส่เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มเร็วขึ้นค่ะ ไม่ต้องเคี่ยวนานเกินไป)
  • ผงแกงฮังเล 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา
  • ซีอิ็วดำ
  • น้ำมะขามเปียก
  • น้ำตาลปีบ
ส่วนผสมเครื่องแกง
  • พริกแห้ง
  • หอมแดง
  • กระเทียมไทย
  • ตะไคร้
  • เกลือ
  • กะปิ (หรือถั่วเน่า-มีขายที่ภาคเหนือ)

วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูกว้างยาวประมาณ 2 นิ้ว  นำไปคลุกกับซีอิ๊วดำ หมักทิ้งไว้นานประมาณ 10 นาที
2. โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด หรือหากจะปั่นเครื่องแกง  ควรโขลกเครื่องปรุงเสียก่อนพอหยาบ ๆ
จะทำให้ได้กลิ่นหอมน้ำมันจากสมุนไพร
3. นำเนื้อหมูที่หมักไว้ใส่หม้อเติมน้ำลงไปพอท่วมเนื้อหมูยกขึ้นตั้งไฟ   ใส่เครื่องแกง  แกนสับปะรด
พอร้อนใส่เต็มที่จึงใส่ผงแกงฮังเล   เคี่ยวด้วยไฟอ่อนสุด  จนหมูเปื่อย
4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา  น้ำตาลปีบ  น้ำมะขามเปียก (อันนี้ส่วนตัวค่ะ :  กิมเล้งจะไม่ใส่น้ำมะขามเปียก)

ที่บ้านมีขาหมู จึงใช้ขาหมูแทนสันนอกและสามชั้น
เครื่องปรุง :  พิจารณาดูค่ะ  บอกสัดส่วนไม่ได้ ไม่เหมือนเบเกอรี่ที่ต้องชั่งสัดส่วนแน่นอน
ที่เห็นในจาน คือแกนสับปะรด  มะขามเปียก  ผงแกงฮังเล (ซื้อมาจากเชียงใหม่  ถ้าหาไม่ได้ใช้ผงกะหรี่แทนได้ค่ะ)
สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักถั่วเน่านะคะ  ที่เห็นบนเขียงใกล้ ๆ ตะไคร้นั่นแหละคือถั่วเน่า
(เป็นเครื่องปรุงสำคัญในอาหารไทยภาคเหนือ ทำจากถั่วเหลือง ใช้แทนกะปิได้)
คลุกซีอิ๊วดำกับหมู หมักไว้ประมาณ 10 นาที
โขลกเครื่องแกง
พอให้ได้น้ำมันจากสมุนไพร เช่น พริก ตะไคร้ หอม กระเทียม ค่ะ ไม่ต้องละเอียดมาก เมื่อยมือน่ะ
นำไปบดต่อในเครื่องผสมอาหาร
นำพริกแกงไปคลุกกับหมู
ผัดหมูกับเครื่องแกงให้หอม (ไม่ต้องใส่น้ำมันนะจ๊ะ…คนสมัยโบราณเรียกวิธีนี้ว่าการรวน – รวนหมู – รวนไก่ ฯลฯ)
ให้ได้อย่างนี้
เติมน้ำลงไปให้ท่วมหมู  น้ำแกงเดือดเต็มที่ ใส่ผงฮังเล   เคี่ยวไฟอ่อนสุด ๆ
เคี่ยวมาหลายชั่วโมงแล้วค่ะ   ใส่กระเทียมปอกเปลือก  ขิงซอย  น้ำปลา  น้ำตาลปีบ  และน้ำมะขามเปียก (กิมเล้งไม่ใส่)
เคียวต่ออีกค่ะ
เรียบร้อย แค่นี้ก็พร้อมรับประทานแล้วจ้า !!
น่าทานสุด ๆ รสชาติอร่อย เครื่องเทศหนักและแน่น
กลมกล่อมแบบสุด ๆ

แกงเลียง เป็นอาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัว อร่อยเผ็ดร้อนด้วยพริกไทย หอมกลิ่นสมุนไพรจากพืชผักหลากหลายชนิด มีประโยชน์ในการขับพิษ ไข้เป็นอย่างดี
แกงเลียง เป็นแกงที่ประกอบด้วยน้ำพริก ผัก เนื้อสัตว์ น้ำแกงและเครื่องปรุงรส น้ำพริกแกงเลียงจะแปลกกว่าน้ำพริกแกงชนิดอื่นๆ เพราะมีพริกไทย หัวหอม กะปิ กุ้งแห้ง ปลาย่างหรือปลากรอบ น้ำแกงมีลักษณะข้น ผักที่นิยมใส่ที่สามารถบอกลักษณะว่าเป็น “แกงเลียง” คือ ใบแมงลักมี กลิ่นหอม่ารับประทาน นอกจากนั้นยังมีผักเช่น ตำลึง ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน หัวปลี บวบ ผักหวาน ฯลฯ เนื้อสัตว์ ได้แก่ กุ้งสด เนื้อไก่ ฯลฯ ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือเกลือแกงเลียง

ส่วนผสม แกงเลียง

  1. บวบเหลี่ยม ประมาณ 1 ลูก ขนาดพอดีปอกเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา ให้เหลือเปลือกไว้บ้าง เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหาร หั่นเป็นชิ้นขนาด 12 – 15 ชิ้น
  2. ฟักทอง หันชิ้นพอคำ จำนวน 10 – 12 ชิ้น
  3. กระชาย 2 หัว ทุบเบาๆแล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว
  4. ยอดตำลึง 10 ยอดเด็ดเอาแต่ใบอ่อนๆ
  5. ข้าวโพดอ่อนหั่นแฉลบ 4 ฝัก
  6. ถ้าชอบเผ็ด ใส่พริกขี้หนูสด 5 – 6 เม็ด บุบพอแตก
  7. ใบแมงลัก 3 – 4 กิ่ง เด็ดเอาแต่ใบหรือยอดดอกอ่อนๆ
  8. กุ้งแม่น้ำหรือกุ้งชีแฮ้หรือกุ้งก้ามกราม 6 – 7 ตัว ปอกเปลือกเอาเส้นดำออก
  9. น้ำซุป(จากการต้มซี่โครงหมูหรือโครงไก่) หรือไม่มีก็น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
  10. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง แกงเลียง

  1. กระชาย 4 หัว
  2. พริกชี้ฟ้าแดงผ่าเอาเมล็ดออก 2 เม็ด
  3. พริกไทยขาว 12 เม็ด
  4. หอมแดงหัวขนาดกลาง 5 หัว
  5. กุ้งแห้ง 2 ขีดครึ่ง

วิธีทำ แกงเลียง

  1. โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด ถ้าชอบให้น้ำแกงข้น ให้ใช้เนื้อปลา จะย่างหรือต้มสุกก็ได้แล้วนำมาโขลกรวมกับเครื่องแกง
  2. นำน้ำซุปหรือน้ำเปล่าตั้งไฟพอเดือด ใส่เครื่องแกงลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมให้ได้รสเค็มและเผ็ดนิดๆ พอน้ำแกงเดือดอีกที ใส่ผักชนิดที่สุกยากลงก่อน คือ ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน ตามด้วยกุ้ง รอจนแน่ใจว่าผักสุกดีแล้ว จึงใส่ใบตำลึง
  3. และสุดท้ายใส่ใบแมงลักแล้วคนให้เข้ากัน

เคล็ดลับในการปรุง แกงเลียง

ตั้งน้ำให้เดือดใส่เครื่องแกงแล้วปรุงรสก่อน รอให้น้ำแกงเดือดอีกรอบจึงใส่ผัก

แหล่งอ้างอิง  http://www.youtube.com/watch?v=yFxbNTMx1rs



ตามไปเที่ยว...เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

ตามไปเที่ยว...เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เกาะสิมิลัน

กระบี่

เกาะปอดะ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ททท.คุณ ichewzคุณ bicycle_trendคุณรักถั่วคุณ Suwansiri และนิตยสารคู่หูเดินทาง                      

          ประเทศไทย...ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลาย ๆ คน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบเอา "เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย" อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้…

หมู่เกาะสิมิลัน

หมู่เกาะสิมิลัน

          หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่  เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก

          ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด  เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล

          ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี

เกาัะล้าน

เกาะล้าน 

          เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ

กระบี่

 หมู่เกาะพีพี

          หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

          บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี

เกาะหลีเป๊ะ

 เกาะหลีเป๊ะ

          เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้

          นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง

เกาะสมุย

เกาะสมุย

          เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน

          เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก

เกาะเต่า

 เกาะเต่า

          เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้

          นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง

เกาะลันตา

 เกาะลันตา

          เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา

          ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน

เกาะกูด

เกาะกูด

          เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก"

เกาะพยาม

 เกาะพยาม

          เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว

หมู่เกาะอาดัง-ราวี

 หมู่เกาะอาดัง-ราวี

          หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร

          ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

เกาะนางยวน

เกาะนางยวน

          เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน

          เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน"

เกาะมันนอก

 เกาะมันนอก

เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ

หมู่เกาะสุรินทร์

หมู่เกาะสุรินทร์

          หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว

          นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน

          นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ

หมู่เกาะอ่างทอง

 หมู่เกาะอ่างทอง

          หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ

          แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม

          ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ

          ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี

เกาะไข่นอก

เกาะไข่

          เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต

เกาะกระดาน

 เกาะกระดาน

          เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์  บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

หมู่เกาะปอดะ

 หมู่เกาะปอดะ

          ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส  บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท

เกาะตาชัย

 เกาะตาชัย

          เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู

          สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

แหล่งอ้างอิง http://travel.kapook.com/view31716.html